Categories
พรีเมียร์ลีกอังกฤษ

เจมี่ วาร์ดี้ เขี้ยวเล็บอันคมกริบ ของจิ้งจอกสยาม

ความจริงกับความฝัน สำหรับบางคนที่มีทุกอย่างเพียบพร้อม มันคงจะเป็นเรื่องง่ายที่ทำทั้งสองอย่างให้ไปในทิศทางเดียวกัน แต่สำหรับบางคนอาจต้องเลือกใช้ชิวิตกับความจริง แล้วละทิ้งความฝัน แต่ไม่ใช่กับเจมี่ วาร์ดี้ เขาทำทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน และเรื่องราวของเขาเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเด็กสู้ชีวิตคนนึง สู่ตำนานของทีมจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้

สำหรับวัยเด็กของนักฟุตบอลทั่วไปแล้ว ส่วนใหญ่มักจะเติบโตมาจากอคาเดมี่ทีมใดทีมนึง แต่สำหรับวาร์ดี้ ด้วยสถานะทางบ้าน ทำให้เขาต้องทำงานเพื่อหารายได้เลี้ยงชีพในโรงงานผลิตขาเทียม ถึงแม้เขาจะต้องทำงานในโรงงานวันละ 12 ชั่วโมง แต่เขายังพอแบ่งเวลาให้กับความฝันอย่างฟุตบอลได้ โดยเล่นฟุตบอลระดับลีกล่างควบคู่ไปกับการทำงาน โดยเริ่มต้นกับทีมสต็อกส์บริดจ์ ปาร์ค สตีล ตั้งแต่อายุ 16 ปี และได้ย้ายร่วมทีมนอกลีกกึ่งอาชีพ อย่างฮาลิแฟกซ์ ทาวน์ เขาใช้เวลา 1 ฤดูกาล กับอีก 4 นัด กดประตูไปทั้งสิ้น 28 ประตู ทำให้เตะตาทีมที่อยู่ระดับสูงขึ้นมาอีกขั้น แต่ก็ยังอยู่นอกลีกอยู่ดีอย่างฟลีตวูด ทาวน์ และที่นี่เขาใช้เวลา 1 ฤดูกาล ยิงไป 34 ลูก รวมทุกรายการ แล้วมันก็มีคนที่เห็นว่าเขามีศักยภาพมากเกินกว่าที่จะเล่นในลีกระดับล่างแล้ว และผู้ที่หยิบยื่นสะพานที่ทอดยาว จากนอกลีกสู่ เดอะ แชมเปี้ยนชิพลีกอันดับสองของประเทศก็คือ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยกลุ่มคิงส์ พาวเวอร์ เจ้าของทีมยอมควักกระเป๋าจ่ายค่าตัวถึง 1.7 ล้านปอนด์ ซึ่งต้องนับว่าเป็นค่าตัวที่สูงมากสำหรับผู้เล่นนอกลีก

เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด การปรับตัวทั้งในและนอกสนามส่งผลกระทบต่อตัววาร์ดี้อย่างมาก ทั้งคู่ต่อสู้ในสนามที่แข็งแกร่งขึ้น และชีวิตที่หลงไปกับแสงสีของเขา ทำให้ผลงานของเขาตกต่ำ ยิงในลีกได้เพียงแค่ 4 ประตู และเกิดคำถามถึงค่าตัวที่ทีมจ่ายไป จนคุณอัยยวัฒ์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสร ต้องเรียกวาร์ดี้เข้าไปคุยเพื่อปรับทัศนคติ และมันได้ผล การพูดคุยครั้งนั้น ดึงวาร์ดี้กลับมาสู่เส้นทาง และเหนือสิ่งอื่นใดคือ ได้ใจวาร์ดี้ไปเต็ม ๆ จนเขายอมสู้ถวายหัวให้กับทัพจิ้งจอก เขากลับมาผลิตประตูอีกครั้งและพาทีมเลื่อนชั้น สู่ลีกสูงสุดในฐานะแชมป์ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ และช่วยให้ทีมอยู่รอดบนลีกสูงสุดในปีต่อมาได้สำเร็จ แม้ว่าจะทำได้เพียง 5 ประตู

และเมื่อฤดูกาล 2015-2016 นั้น เขาก็ได้ระเบิดฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิต กดไปทั้งหมด 24 ลูก พาเลสเตอร์เป็นแชมป์ สมัยแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากได้แชมป์เหล่าซุปเปอร์สตาร์เพื่อนร่วมทีม ต่างแยกย้ายกันไปอยู่กับสโมสรใหญ่กว่า ทั้งก็องเต้และมาเรซ แต่ไม่ใช่กับ วาร์ดี้

ฤดูกาลนี้ เจมี่ วาร์ดี้ ในวัย 32 ปี นับว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของชีวิตนักฟุตบอล วาร์ดี้พึ่งต่อสัญญากับทีมออกไปอีก 3 ปี ภายใต้การคุมทีมของนายใหม่ และการประกาศเลิกเล่นทีมชาติ เพื่อมุ่งสมาธิทั้งหมดให้กับเลสเตอร์ พร้อมทั้งจิตใจที่มุ่งมั่นจะตอบแทนโอกาสที่ทีมมอบให้แก่ชีวิตเขา วาร์ดี้กลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้ง ด้วยการยิงไปถึง 17 ประตู หลังผ่านไปเพียงครึ่งฤดูกาล นำอันดับ 1 บนทำเนียบดาวซัลโว และเชื่อว่าเขาจะไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้แน่ เส้นทางที่เขาผ่านมาอย่างยากลำบาก ทำให้เขาแข็งแกร่งทั้งกายและใจ เส้นทางของเขาจากนี้ไป ไม่ว่าจะจบลงตรงไหน แต่เขาจะเป็นตำนานในรังจิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ อย่างแน่นอน