Categories
พรีเมียร์ลีกอังกฤษ

เมสัน กรีนวู้ด ดาวรุ่งอนาคตไกล ในร่างอวตารของฟาน เพอร์ซี่

ด้วยวัยเพียง 18 ปี เขาแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เขามีเกินเด็กวัยเดียวกัน ทั้งความนิ่ง ความเร็ว ความมั่นใจ การจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม จนตอนนี้แฟนผีต่างมองเขาด้วยสายตาเป็นประกาย เพราะนี่คือดาวรุ่งที่มาจากอคาเดมี่ของทีม คือเด็กปั้นที่เป็น ยูไนเต็ดแท้ ๆ และคือความหวังใหม่ที่จะนำแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

เมสัน วิลล์ จอห์น กรีนวู้ด เกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2001 เขามีพรสวรรค์อันโดดเด่นเหมือกว่าเพื่อนในวัยเดียวกันมาตั้งแต่เด็ก เมื่อตอนอายุ 6 ขวบเขาฝึกซ้อมฟุตบอลอยู่กับ ทีมเล็ก ๆ อย่างไอเดล จูเนียร์ ทีมที่แทบจะไม่ชนะใครเลย แต่ในเกมที่เขาลงเล่น สกอร์จบลงที่ 16 ประตูต่อ 1 และคนที่ทำทั้ง 16 ประตูคือเขาคนเดียว ใช่ครับ คนเดียว 16 ประตูในวัย 6 ขวบ ทำให้เขาได้ก้าวเข้ามาในอคาเดมี่ ของปีศาจแดง และในการเล่นระดับเยาวชน เขามีสถิติที่น่าเหลือเชื่อ คือค่าเฉลี่ยการทำประตูที่ 1 นัด ต่อ 1 ประตู ในทุกรุ่นอายุที่เขาลงเล่น จนถูกเรียกตัวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ โดยโชเซ่ มูรินโญ่ แต่กว่าที่จะได้สัมผัสสนามในนามทีมชุดใหญ่ ก็ต้องรอจนถึงยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ฤดูกาลนี้ โซลชาได้ให้โอกาสเขาลงสนามมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเกมที่เจอกับทีมเล็กแล้วส่งเด็ก ๆ ไปปล่อยของ หรือในขณะที่ทีมชุดใหญ่หมดไอเดียในการทำประตู และกรีนวู้ดก็มักจะทำประตูสวย ๆ ตอบแทนความไว้วางใจได้เสมอ ความอันตรายของเจ้าหนูรายนี้ คือการหาจังหวะสับไก และการยิงที่เฉียบคม หลาย ๆ ครั้งจะเห็นเวลาเขาล็อกบอลหาช่อง และเมื่อเขาเห็นคู่ต่อสู้เปิดช่อง เขาจะสับไกทันที และแฟนผีหลาย ๆ คนเห็นตรงกันว่า เขามีความคล้ายคลึงกับยอดดาวยิงของทีมในอดีตอย่าง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ตำนานดาวยิงชาวดัตช์ ไม่ว่าจะเป็นการหาจังหวะเข้าทำ เท้าซ้ายอันทรงพลัง การบาลานซ์ร่างกาย หรือแม้กระทั่งท่าดีใจหลังจากได้ประตู โดย ฟาน เพอร์ซี่เองยังเคยกล่าวว่า “เขาพยายามเลียนรู้ เทคนิคการเล่นของผม และผมว่าเขาจะมีอนาคตที่สดใสกับทีมอย่างแน่นอน”

ตอนนี้เขาเป็นดาวรุ่งที่ทุกคนชื่นชม เป็นผู้ทำลายสถิติหลาย ๆ อย่าง ทั้งเรื่องการลงเล่นและทำประตู และยังได้รับโอกาสการลงสนามจากผู้จัดการทีม แต่ด้วยวัยเพียง 18 ปี เขายังมีเวลาพัฒนาตัวเองได้อีกเยอะ สิ่งที่เขาทำมาตั้งแต่เด็กคือการพัฒนาตัวเองมาเรื่อย ๆ แต่จากนี้ไปมันต่างกัน เพราะเขาถูกจับตามองจากคนทั่วโลก คำชื่นชมจะทำให้เขาหลงหรือไม่ และคำด่าทอในวันที่ฟอร์มตก จะทำร้ายเขาแค่ไหน ความกดดันจากความคาดหวังเขาจะแบกรับมันได้ดีเพียงใด ถ้าเขาผ่านสิ่งเหล่านี้ได้ และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เขาจะเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ได้ อย่างที่ทุกคนรอคอย…ชัวร์

Categories
พรีเมียร์ลีกอังกฤษ

แจ็ค ร็อดเวลล์ การกลับมาของอดีตดาวรุ่ง-ดาวร่วงแห่งเกาะอังกฤษ

เมื่อชีวิตของใครคนหนึ่งเจอกับข้อเสนอครั้งใหญ่ ทางเดินที่ถูกเสนอให้ก้าวเดิน ช่างสดใส เต็มไปด้วยชื่อเสียงเงินทอง โอกาสก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ในชีวิตนักฟุตบอล ได้เล่นท่ามกลางผู้เล่นระดับโลก และเขาคนนั้นพึ่งจะมีอายุเพียง 21 ปี มันคงเป็นเรื่องยากมากที่จะปฏิเสธโอกาสงาม ๆ แบบนี้ ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีซักกี่ครั้งในชีวิต

แจ็ค คริสเตียน ร็อดเวลล์ ครั้งหนึ่งเขาคือสุดยอดดาวรุ่ง เค้าคือความหวังใหม่ในแผงมิดฟิลด์ของทัพสิงโตคำราม ด้วยฟอร์มอันโดดเด่นของดาวรุ่งจากเอฟเวอร์ตัน แจ็คลงเล่นให้ทีมเยาวชน 18 ปีด้วยวัยเพียง 14 ปีลงเล่นชุดสำรอง ในวัย 15 ปี ก่อนจะแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่โดยที่ยังไม่เต็ม 18 ปีเต็มด้วยซ้ำ และก้าวขึ้นยึดตำแหน่งบนแผงมิดฟิลด์ให้กับทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินได้ แถมยังโดดเด่นจนก้าวขึ้นไปติดทีมชาติชุดใหญ่ด้วยซ้ำ

ด้วยความที่อายุยังน้อยและฟอร์มอันโดดเด่น ทำให้เขากลายเป็นแข้งเนื้อหอมทันที เพราะนอกจากจะอายุ ความสามารถ เขายังเป็นผู้เล่นสัญชาติอังกฤษ ไม่มีปัญหากับสถานะผู้เล่นต่างชาติ ทำให้ทีมใหญ่ต่างจ้องตาเป็นมัน แล้วสุดท้ายเอฟเวอร์ตันก็ไม่สามารถรั้งเขาไว้ในถิ่นกูดิสันปาร์คอีกต่อไป และเป็นทีมเงินถังอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในยุคเริ่มสร้างทีม พวกเข้ากว้านซื้อสตาร์ดังเข้ามาร่วมทีมอย่างมากมาย และแจ็ค ร็อดเวลล์ ในวัย 21 ปีก็เป็นหนึ่งในนั้น

เขาก้าวเข้าร่วมทีมซิตี้ อย่างเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยความฝัน โดยที่ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีฝันร้ายที่สุดในชีวิตของเขาตามมา เพราะที่ซิตี้เขาไม่ใช่ตัวหลัก ไม่แม้แต่จะมีการการันตีลงสนาม แถมยังต้องแย่งตำแหน่งจากผู้เล่นอย่าง แกเร็ธ แบร์รี่, ซาเมียร์ นาสรี่, ยาย่า ตูเร่ และดาบิด ซิลบา การแย่งตำแหน่งจากผู้เล่นเหล่านี้ว่ายากแล้ว เขายังประสบปัญหาบาดเจ็บอีก ทำให้ตลอด 2 ปีที่ซิตี้ เขาได้ลงสนามเพียงแค่ 16 นัดเท่านั้น สุดท้ายต้องยอมแพ้ ถอยไปตั้งหลักกับซันเดอร์แลนด์ แต่แล้วสถานการณ์กลับเลวร้ายกว่าเดิม เมื่อฤดูกาล 2016-2017 ทีมแมวดำตกชั้นลงไปเล่น เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซ้ำร้ายฤดูกาลต่อมา ซันเดอร์แลนด์ทำเรื่องเหลือเชื่อด้วยการตกจากแชมเปี้ยนชิพอีกด้วย ทำให้ร็อดเวลล์ต้องระเห็จไปอยู่กับแบล็กเบิร์น โรเวอร์  ด้วยสัญญา 1 ปี และเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเขาก็กลายเป็นผู้เล่นไร้สังกัด หลังแยกทางกับทีมกุหลาบไฟ

จากดาวรุ่งพรสวรรค์สูง ความหวังของเอฟเวอร์ตัน และทีมชาติอังกฤษ เสียงจากแฟน ๆ บางส่วนบอกว่า ถ้าวันนั้นเขาไม่เลือกเงินของซิตี้ วันนี้เขาอาจจะเป็นกัปตันของเอฟเวอร์ตัน และเป็นตัวหลักของทีมชาติ แต่ตอนนี้ด้วยวัยเพียง 28 ปี ซึ่งเป็นวัยที่กำลังพีคของผู้เล่นปกติ วันนี้ร็อดเวลล์ได้สัญญาจากทีมเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญาชั่วคราวเพียง 6 เดือนเท่านั้น แต่นี่คือโอกาสให้เขากลับมาสู้อีกครั้ง เขาต้องใช้เวลาสั้นของสัญญานี้ พิสูจน์ตัวเองให้ได้ เพื่อลบฝันร้ายของตัวเอง ตอนนี้เขาอายุ 28 ปี ยังไม่สายเกินไปนัก ถ้าเขาจะเรียกความฟิต และฟอร์มเก่งของเขากลับมาอีกครั้ง ด้วยตำแหน่งที่เขาเล่น ยังมีเวลาไขว่คว้าความสำเร็จอีก 5-6 ปี สบาย ๆ เลย

Categories
พรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ซาดิโอ มาเน่ จากผู้เล่นโอท็อปของบัมบาลี สู่ผู้เล่นยอดเยี่ยมทวีปแอฟริกา

ซาดิโอ มาเน่ เกิดในบัมบาลี ชุมชนอิสลามเล็ก ๆ ที่ยากจนแห่งหนึ่งของเซเนกัล ครอบครัวของเขายากจนเกินกว่าจะส่งให้เขาได้เล่าเรียน แถมต้องให้เขาไปอาศัยอยู่กับลุงเพราะที่บ้านเขามีลูกหลายคน ในชีวิตของเขาจึงมีอยู่ไม่กี่อย่างให้ทำ คือการทำมาหากินเลี้ยงชีพ ฟุตบอลข้างถนน และฟุตบอลพรีเมียร์ลีกรวมถึงทีมชาติทางโทรทัศน์

เขามีความสามารถด้านฟุตบอลเหนือกว่าเพื่อน ๆ แถวบ้าน แต่เขาก็ทำได้แค่เล่นข้างถนนไปแต่ละวัน จนปี 2002 เขาได้ดูทีมชาติเซเนกัลเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก ทำให้เขาเกิดความคิดว่าเขาน่าจะเอาดีในทางฟุตบอลได้เหมือนเหล่าฮีโร่ทีมชาติของเขา เขาจึงไปขอลุงที่เลี้ยงดูเขาเพื่อไปตามฝันทางฟุตบอลในเมืองหลวงของประเทศ

ทางครอบครัวของเขาต้องขายนู่นขายนี่ เพื่อเป็นค่าเดินทางให้กับมาเน่ แต่ก็ยังไม่พอ ชาวบ้านในชุมชนที่เห็นถึงความสามารถของเขามาตั้งแต่เด็ก ๆ จึงได้รวมเงินกันคนละนิดคนละหน่อยเพื่อเป็นค่าเดินทางให้มาเน่ เขาเข้าไปร่วมคัดตัวด้วยเสื้อผ้าขาดวิ่น และรองเท้าที่สภาพแย่พอกัน จนโค้ชถามว่า ไอ้หนูนายจะลงคัดตัวด้วยเสื้อผ้าและรองเท้าชุดนี้เหรอ แต่มาเน่ก็ตอบเขาไปว่า ผมมาถึงที่นี่ด้วยทุกสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ผมจะหาได้ แล้วสุดท้ายเขาก็ทำให้โค้ชยอมรับเขาเข้าทีมอย่างไม่มีข้อกังขา เขาอยู่กับทีม 2 ปี ลงสนามไป 90 นัด และยิงไปถึง 131 ประตู จนจุดเปลี่ยนชีวิตของเข้ามาถึง เมื่อฟอร์มการถล่มประตูของเขาไปเข้าตาแมวมองจากสโมสร เม็ทซ์ ในลีกเอิงฝรั่งเศส และการเดินทางสู่ดวงดาวของเด็กชายจากบัมบาลีก็เริ่มขึ้น

เขาเริ่มต้นฟุตบอลอาชีพกับเม็ทซ์แบบเงียบ ๆ เงียบซะจนพ่อแม่ของเขาไม่เชื่อว่าลูกชายออกจากประเทศไปแล้ว เมื่อเม็ทซ์ตกชั้นเขาถูกขายต่อไปให้เรดบูล ซัลซ์บวร์ก ที่ซัลซ์บวร์กเขาระเบิดฟอร์มสุดยอดจนเตะตาทีมจากลีกใหญ่ โดยตอนนั้นทีมที่สนใจในตัวเขาคือ ดอร์ทมุนด์ของเจอร์เกน คล็อปป์ในสมัยนั้น กับเซาท์แธมตัน ด้วยการที่พรีเมียร์ลีกคือความฝันในวัยเยาว์ เขาจึงเลือกซบนักบุญ เขาลงเล่นในตำแหน่งปีกเป็นหลักแต่ก็ยิงไปถึง 21 ประตู จาก 67 นัด จนคล็อปป์ย้ายมากุมบังเหียนลิเวอร์พูล เขาก็จัดการกระชากมาเน่มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์ แล้วเป็นกำลังหลักของทีมจนถึงปัจจุบัน เขาเป็นกำลังหลักให้ทีมคว้าแชมป์ยุโรป รวมถึงสโมสรโลก และคงไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้อย่างแน่นอน

จากฟอร์มการยิงระเบิดกับหงส์แดง ทำให้เจ้าตัวได้รับรางวัลส่วนตัวในปีนี้คือ ผู้เล่นยอดเยี่ยมทวีปแอฟริกา ปี2019จากเด็กที่ทุกคนช่วยกันส่งค่ารถเพื่อเข้าเมืองในวันนั้น ทุกคนส่งให้เขาขึ้นมาเป็นผู้เล่นอันดับหนึ่งของทวีป และเงินที่ทุกคนช่วยเขาในวันนั้น มันเปลี่ยนมาเป็น มัสยิด โรงเรียน โรงพยาบาล สนามกีฬา และอื่น ๆ ในชุมชน เพื่อตอบแทนทุกคน และเพื่อให้เด็กที่บ้านเกิดของเขา จะเดินตามความฝันบนเส้นทางที่ไม่ลำบากเหมือนที่เขาเป็น

Categories
พรีเมียร์ลีกอังกฤษ

ผีแดง ผีเข้า – ผีออก ทีมเก่งในอดีตที่ยังหาฟอร์มเก่งไม่เจอ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษ คือทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ นับตั้งแต่รายการนี้เปลี่ยนชื่อมาเป็น พรีเมียร์ลีก ในปี ค.ศ. 1992 ตลอดเวลา 27 ฤดูกาลแข่งขัน ปีศาจแดงได้แชมป์รายการนี้ถึง 13 สมัย โดยฝีมือของชายคนเดียว ชายที่มีชื่อว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่นับจากท่านเซอร์วางมือไป การตามหาผู้สืบทอด ที่จะเข้ามาสานต่อความสำเร็จนั้น ถึงตอนนี้ ก็ยังหาไม่เจอ

7 ฤดูกาลแล้วนับจากที่บรมกุนซือชาวสก็อตวางมือ ปีศาจแดงเปลี่ยนกุนซือมาแล้ว 4 คน รวมคนปัจจุบัน ทั้งคนที่ท่านเซอร์ เลือกให้มาสืบต่อตำแหน่งอย่าง เดวิด มอยส์ คนที่โดดเด่นจากทัวร์นาเมนท์ระดับชาติ อย่าง หลุยส์ ฟาน กัล หรือคนที่โปรไฟล์สวยหรู การันตีมีแชมป์กับทุกทีมที่คุม อย่างโชเช่ มูรินโญ่ ก็ยังไม่ตอบโจทย์ของทีมได้ จนต้องหันมามองคนเก่าคนแก่ คนที่เป็นตำนานสโมสรตอนเป็นนักเตะ ที่แฟน ๆ คุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง เจ้าของฉายา เพชฌฆาตหน้าทารก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

เหมือนจะเป็นคำตอบที่ใช่ หลังจากเข้ามารับงานรักษาการชั่วคราวต่อจากเดอะสเปเชียลวัน โซลชาปลุกทีมให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง ฟอร์มการเล่นของผู้เล่นปีศาจแดงฟื้นกลับมาผิดหูผิดตา เล่นเกมรุกได้อย่างมีติ ทำประตูและเก็บชัยชนะได้เป็นกอบเป็นกำ รวมถึงการพลิกนรกกลับมาชนะปารีส แซงต์ แชร์กแมง พาทีมเข้ารอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ได้แบบเหนือความคาดหมาย จนทำให้เจ้าตัวได้รับสัญญาคุมทีมถาวร แต่นับจากที่ได้สัญญา ฟอร์มของทีมก็กลับมาลุ่ม ๆ ดอน ๆ อีกครั้ง อาจเป็นด้วยเรื่องของความเชื่อมั่นที่นักเตะปีศาจแดงมีต่อตัวเขา หรืออย่างไร จนมีหลายกระแสออกมาวิจารณ์ว่า บอร์ดบริหารตัดสินใจให้สัญญากับโซลชาเร็วเกินไป จนส่งผลกระทบกับสภาพจิตใจของผู้เล่น

ฤดูกาลนี้โซลชาสร้างทีมด้วยผู้เล่นพลังหนุ่มเป็นหลัก ผสมผสานผู้เล่นที่มีอยู่เดิม และผลักดันเด็กปั้นจากอคาเดมี่ของสโมสรขึ้นมารวมถึงเด็กหนุ่มที่ซื้อตัวมาอย่าง แดเนี่ยล เจมส์ (22ปี) กับแฮร์รี่ แม็กไกวร์ (26ปี) และ อารอน วาน-บิสซากา (22ปี) ทีมพลังหนุ่มของโซลชานับว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่เด็กเหล่านี้ยังขาดอยู่ คือความคงเส้นคงวา เกมไหนเล่นด็ดีใจหาย วันไหนฟอร์มหลุดก็พร้อมจะแพ้ได้ทุกทีม จนตอนนี้อันดับของทีมวนเวียนอยู่ในช่วงอันดับ 5-8 เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าความคาดหวังของแฟนบอลและบอร์ดบริหารของ ยูไนเต็ด ไม่ได้อยู่บริเวณนั้นของตารางแน่ ๆ และนั่นคือโจทย์ใหญ่ของโซลชาและลูกทีม

การสร้างทีมให้แข็งแกร่งได้ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย ปัญหาต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด ทั้งในและนอกสนาม รวมถึงอาการบาดเจ็บของผู้เล่นอย่าง ปอล ป็อกบา ที่พักยาว รวมถึงคนอื่น ๆ ที่วนเวียนกันไปพบแพทย์บ้าง ย่อมส่งผลกระทบต่อทีม โซลชาต้องการเวลาในการขัดเกลาเด็ก ๆ เหล่านี้ ให้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะเป็นผู้ชนะ แต่คำถามคือบอร์ดบริหารจะมีเวลาให้เขามากแค่ไหน เพราะถ้าผีแดง ยังเล่นแบบ ผีเข้า-ผีออก แบบนี้ กลัวว่าน้าโอเล่แกจะได้ออกก่อนเวลาอันควรนี่สิ ยังไงก็ขอเอาใจช่วยน้านะ

Categories
พรีเมียร์ลีกอังกฤษ

คล็อปป์ ผู้ขับเคลื่อนคน 11 คนไปข้างหน้า ให้หลายล้านคนนับเวลาถอยหลัง

29 ปีเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานพอสมควร ถ้าหากเป็นชีวิตของคนคนนึง ก็กำลังจะแตะเลข 3 เข้าสู่วัยกลางคน ไม่น่าเชื่อว่า ช่วงเวลาดังกล่าวของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้น ช่วงเวลา 29 ปีนี้ คือช่วงเวลาที่ยอดทีมอย่างหงส์แดง ลิเวอร์พูล ไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับตำแหน่งแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศ และช่วงเวลาดังกล่าวกำลังจะสิ้นสุดลง ด้วยฝีมือของชายที่มีชื่อว่า “เจอร์เกน คล็อปป์”

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือวัย 52 ปี ชาวเยอรมันเข้ามารับตำแหน่งในถิ่นแอนฟิลด์ เมื่อปี 2015 แทนที่ของ แบรนดัน ร็อดเจอร์ กุนซือคนเก่าที่พาทีมไปไม่ถึงฝั่งฝัน จากทีมที่ร็อดเจอร์ที่ไว้ให้เป็นมรดก คล็อปป์เข้ามาเปลี่ยนแปลงใหม่ ใส่สไตล์การเล่นหรือแท็กติกที่ดุดันตามแนวทางของตน ค่อย ๆ ขัดเกลาและเติมเต็มในส่วนที่ขาด ด้วยเวลาเพียง 4 ฤดูกาล คล็อปป์ ใช้ความรู้ความสามารถ และสายตาที่เฉียบคมในการมองหานักเตะ และเค้นศักยภาพของผู้เล่นเหล่านั้นออกมา สร้างทีมหงส์แดงให้แข็งแกร่งทุกขุมกำลังกลับมาเป็นพญาหงส์ ที่สยายปีกโบยบินอย่างสง่างาม และมีรางวัลการันตีความสำเร็จด้วยถ้วยบิ๊กเอียร์ หรือยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก 1 สมัย และสด ๆ ร้อน ๆ กับถ้วยแชมป์สโมสรโลกอีกหนึ่งใบ

เหลืออีกเพียงถ้วยเดียว ถ้วยที่แฟนบอลลิเวอร์พูลทั่วโลก รอคอยมายาวนานถึง 29 ปี ถ้วยแชมป์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และด้วยฟอร์มการเล่นของทีมหงส์แดงเวลานี้ ถือว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะมีใครมาขวางทางพวกเขาจากความสำเร็จ ถึงแม้ว่าจะเหลือโปรแกรมการแข่งขันอีกเกือบครึ่งทาง และยังเหลือเวลาสำหรับทีมที่ไล่ตามอีกพอสมควร แต่เชื่อว่าแฟนบอลลิเวอร์พูลในตอนนี้ แทบจะอดใจติดตามเชียร์ทีมรักในนัดต่อ ๆ ไปไม่ไหวแล้ว เพราะในช่วงเวลาที่ฟอร์มของทีมร้อนแรงเช่นนี้ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นใครหน้าไหนก็ไม่กลัวทั้งนั้น พวกเขาพร้อมจะผ่านทุกทีม เพื่อขึ้นไปสู่จุดหมายที่รอคอย และหลังจากผ่านการแข่งขันมาถึงครึ่งทาง ยังไม่มีทีท่าว่าคล็อปป์และลูกทีม จะออกอาการแผ่วแต่อย่างใด ยังรักษาตำแหน่งผู้นำบนหัวตาราง พร้อมรักษาสถิติไร้พ่าย ถ้าจะหาคำจำกัดความ ให้กับทีมหงส์แดงในตอนนี้ คงต้องบอกว่าทีมของคล็อปป์ในตอนนี้ “นิ่ง แข็งแกร่ง และดุดัน”

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ เหลือเวลาในการแข่งขันอีกราว ๆ 4 เดือน เหล่าขุนพลหงส์แดง ณ เวลานี้พร้อมจะออกไล่ล่าเก็บชัยชนะด้วยความฮึกเหิม และไล่บดขยี้คู่แข่งตามบัญชาของกุนซือ และเป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลลิเวอร์พูลทั่วโลกต่างนับถอยหลัง ให้ผ่านพ้นช่วงเวลาฝันร้ายอันยาวนาน และนั้นคือภารกิจ ของชายที่ชื่อ เจอร์เกน คล็อปป์ ชายที่ยืนอยู่กลางความคาดหวังของทุกคน ชายที่จะต้องบัญชาการให้ 11 คนในสนาม พุ่งทะยานไปข้างหน้า เพื่อให้คนหลายล้านคนนับถอยหลัง เพื่อพ้นช่วงเวลาของฝันร้ายอันยาวนาน