Categories
พรีเมียร์ลีกอังกฤษ

เฟร็ด เพชรจากบราซิลที่กำลังเจิดจรัสในถิ่นปีศาจแดง

จากนักเตะที่ถูกสาวกแฟนผีรุมวิจารณ์อย่างหนัก ถึงขนาดยกให้เป็นอีกหนึ่งความล้มเหลวของนักเตะบราซิเลี่ยนภายใต้เครื่องแบบปีศาจแดง แต่ในวันนี้ “เฟร็ด” ได้กลายมาเป็นมิดฟิลด์คนสำคัญในทีมของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไปแล้ว ทั้งความขยันที่วิ่งไม่รู้จักเหนื่อย การตัดเกมบุกคู่แข่งอย่างเด็ดขาดชนิดถึงลูกถึงคน การผ่านบอลที่แม่นยำ รวมถึงการเติมขึ้นไปหน้ากรอบเขตโทษของคู่แข่งอยู่บ่อยครั้ง ตามสไตล์มิดฟิลด์แบบบ็อก ทู บ็อก ทำให้เขาสามารถชนะใจแฟนบอลได้ในที่สุด

เฟร็ด หรือชื่อเต็มตามบัตรประชาชนว่า เฟรเดริโก โรดิเกวซ เดอ เปาลา ซานโตส เขาก้าวจากทีมเยาวชนสู่ทีมชุดใหญ่ของอินเตอร์นาซิอองนาล เมื่อปี 2012 ด้วยตำแหน่งแนวรุกริมเส้นทั้งสองด้าน โดยลงสนามในลีกบราซิลไปทั้งสิ้น 33 นัด ยิงได้ 7 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ ก่อนที่ในปี 2013 ชัคตาร์ โดเนตส์ค จะดึงตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร เฟร็ดประเดิมสนามด้วยการจะยิงคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ต้นสังกัดใหม่เอาชนะ เชอร์โนโมเร็ตส์ โอเดสซ่า ในศึกยูเครนซูเปอร์คัพ เกมนั้นเขาลูกส่งลงสนามในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้กลายมาเป็นตำแหน่งประจำตัวของเขาไปในที่สุด

เฟร็ด กลายมาเป็นนักเตะคนสำคัญที่ช่วยให้ชัคตาร์ โดเนตส์ค คว้าแชมป์ลีก 3 สมัย, แชมป์ยูเครนคัพ 3 สมัย และแชมป์ยูเครนซูเปอร์คัพ 4 สมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของเปาโล ฟอนเซก้า มิดฟิลด์แซมบ้าได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่คุมจังหวะทั้งเกมรุกและเกมรับของทีม ช่วยให้ทีมจากยูเครนทำผลงานในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2017-18 ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะแมตช์เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม จนผ่านเข้าไปถึงรอบน็อกเอาท์ได้สำเร็จ ส่งผลให้เขากลายเป็น 1 ใน 23 นักเตะทีมชาติบราซิลชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียอีกด้วย

ด้วยฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นในเวทียุโรปจนไปเข้าตา โชเซ่ มูรินโญ่ ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องควักกระเป๋าถึง 52 ล้านปอนด์เพื่อกระชากตัวมาร่วมทีม ในขณะนั้นปีศาจแดงมี เนมานย่า มาติช คอยตัดเกมอยู่เกมหน้าแผงหลัง กุนซือชาวโปรตุเกสจึงต้องการให้เฟร็ดเข้ามาเติมเต็มในแผงมิดฟิลด์ เพื่อช่วยให้ พอล ป็อกบา มีอิสระในการสร้างสรรค์เกมรุกอย่างเต็มที่ แต่แล้วเขากลับใช้เวลาอยู่บนม้านั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่ โดยลงสนามเป็นตัวจริงเพียง 9 นัด และตัวสำรองอีก 3 เกม ซึ่งทุกครั้งที่ถูกส่งลงสนามเขามักจะแสดงให้เห็นถึงความผิดพลาดอยู่เสมอ ถ้าไม่จ่ายบอลเสีย ก็จับบอลยาว หรือไม่ก็ช้าไปหนึ่งจังหวะจนถูกแย่งบอลไปเสมอ ทำให้ถูกนำไปเปรียบเทียบกับนักเตะบราซิลที่เคยล้มเหลวกับปีศาจแดงมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น แคลเบอร์สัน, โรดริโก้ พอสเซบอน หรือแม้แต่แอนเดอร์สัน

ชีวิตในโรงละครแห่งความฝันของเฟร็ดเริ่มสดใสขึ้นเมื่อป็อกบาได้รับการบาดเจ็บจนต้องเข้ารับการผ่าตัด โซลชาที่ชื่นชอบการใช้นักเตะอายุน้อยอยู่แล้ว ทำให้เฟร็ดได้รับโอกาสลงสนามก่อนมาติช และเมื่อได้เล่นคู่กับ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ อย่างต่อเนื่อง ทั้งคู่ก็แสดงให้เห็นถึงเคมีที่เข้ากัน คอยวิ่งหาช่องรับส่งบอลกันอย่างเข้าขารู้ใจ จากที่เคยจ่ายบอลเสียบ่อยครั้ง เฟร็ดกลายมาเป็นนักเตะที่จ่ายบอลได้อย่างแม่นยำเบอร์ต้นๆ ของทีม แถมบ่อยครั้งยังจ่ายบอลอันตรายให้เพื่อนลุ้นทำประตูอีกด้วย จนปีศาจแดงกลับมามีลุ้นติดท็อปโฟร์อยู่ในขณะนี้

ด้วยผลงานที่ดีในสนามอย่างต่อเนื่องทำให้เฟร็ดได้รับการโหวตจากแฟนบอลปีศาจแดงให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนมกราคม 2020 จากนักเตะที่แฟนบอลยี้กลายเป็นนักเตะที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในยุคของมูรินโญ่ เมื่อได้รับการเจียระไนอย่างถูกวิธีเขาอาจกลายเป็นนักเตะบราซิลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็เป็นได้